เนื้อหาทั้งหมดในบล็อกนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม โรงเรียนลูกบาศก์ ท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ บล็อกหลักของโรงเรียน

[Ms] สอบสัมภาษณ์

posted on 06 Apr 2009 20:13 by whitehamster

ร่างบางที่เพิ่งออกจากห้องประชุมกอดแฟ้มข้อมูลส่วนตัวไว้แน่นขณะก้าวเร็วๆ ไปตามทางเท้า ในสมองประมวลผลอยู่วุ่นวาย แม้จะพยายามซอยเท้าเร็วที่สุดแล้วก็ยังไม่วายจะโดนใครหลายคนแซงไปอยู่ดี

ดวงตาสีน้ำตาลมองซ้ายขวาอย่างหลุกหลิกสับสน ไม่รู้จะทำอย่างไรกับสิ่งที่ได้รับมอบหมายดี คนคิดหน้าที่ก็ช่างกระไร ส่งเด็กที่ช่างพูดน้อยที่สุดในปฐพีอย่างร้อยราตรี ปรติวราวุธไปสัมภาษณ์รุ่นพี่เสียได้

๑. เด็กสาวหยุดเดินด้วยความไม่ชินทาง พลางหยิบแผนที่โรงเรียนขึ้นมาเปิดดูพร้อมกับพึมพำในลำคอ แต่กลับฟังดูหลอนเหมือนเสียงสวดมนต์เสียมากกว่า “...สัมภาษณ์รุ่นพี่...ชายหญิง...ครูแล้วก็บุคลากรในโรงเรียน... อ..เอ่อ...ส่งก่อนบ่ายสามสินะ...”

ร้อยราตรีหันซ้ายหันขวา รอบข้าง...นักเรียนใหม่หลายคนพึมพำกับตัวเอง บ้างบ่นอุบว่านี่เป็นวิธีคัดเลือกที่ประหลาดที่สุดที่เคยพบ บ้างก็หยุดนิ่งครุ่นคิดไม่นานก็ดีดนิ้วยิ้มร่า บ้างก็เริ่มเดินอย่างไร้จุดหมายเพราะไม่รู้จะทำอะไรดี

นิ้วสั่นๆ ไล่ไปตามเส้นทางที่ใกล้ที่สุด ก่อนจะตัดสินใจออกเดิน

โรงอาหารมีคนมากอย่างที่คิด แต่อย่างน้อยถ้าไม่มีอะไรจะคุยจริงๆ เสียงรอบนอกก็คงไม่ทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดเกินไปนัก

ร้อยราตรีตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ เสียงพูดคุยแลกเปลี่ยนบทสนทนาของใครหลายคนดังมาเข้าหูฟังไม่ได้ศัพท์ บ้างก็ซื้อน้ำดื่มดับกระหาย

นักเรียนใหม่หลายคนสัมภาษณ์รุ่นพี่อยู่ พอดีกับที่เด็กที่สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ลุกจากไป เธอจึงก้าวขาสั่นๆ เข้าไปหาชายรุ่นพี่ร่างสูงผิวคล้ำท่าทางอารมณ์ดี ในใจยังสับสนไม่รู้จะวางตัวอย่างไร

...ถ้าเผลอไปทำอะไรที่เขาไม่ชอบล่ะ ถ้าเผลอถามอะไรไม่ดีออกไป ถ้าเขาเกิดเขม่นหรือรำคาญขึ้นมาล่ะ แล้วถ้าเป็น...เหมือนอย่างที่แล้วๆ มาอีกล่ะ...จะทำยังไงดีนะ...

“เอ้อ...น้องครับ?” เด็กหนุ่มเป็นฝ่ายถามขึ้นก่อนเมื่อเห็นร่างเล็กบางทำท่าเก้ๆ กังๆ

“..ห..หือ..? เอ่อ..สวัสดีค่ะ ค..คือหนูเป็นนักเรียนใหม่ ข..ขออนุญาตสัมภาษณ์พี่...ได้ไหมคะ อ..เอ้อ...คือ..พี่ชื่ออะไรคะ”

พูดตะกุกตะกักไปจนจบประโยคแล้วเพิ่งนึกได้ว่าตนเองมัดมือชกอีกฝ่ายไปเรียบร้อย เล่นเอาคน(พยายามไม่)มองโลกในแง่ร้ายเหงื่อตก

“ธีระ สุขสมบูรณ์ ครับ” เด็กหนุ่มยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ไม่ลืมจะจับสังเกตรุ่นน้องที่ก้มหน้างุดอย่างแปลกใจเล็กน้อย

“ค..ค่ะ..คือ..เอ่อ...พี่ธีระอยู่สายการเรียนอะไรเหรอคะ” ร้อยราตรีหลุดพูดเป็นภาษาเขียนอีกจนได้

“วิทย์-คณิตครับ แล้วน้อง..เออ..น้องชื่ออะไรนะครับ จะเข้าสายอะไรเอ่ย?”

“หือ? เอ่อ..ศิลป์ฝรั่งเศส...เอ้อ..ชื่อมิดไนท์ค่ะ...ร้อยราตรี ปรติวราวุธ เอ่อ...แล้ว...งานอดิเรกของพี่ธีระคืออะไรเหรอคะ?”

...เผลอตัวถามติดเป็นพรืดอีกแล้วเรา แล้วถามเรื่องงานอดิเรกกับคนที่เพิ่งรู้จักนี่จะแปลกไหมนะ...

“ก็ หลายอย่างครับ ส่วนใหญ่ก็เล่นบาส ทำอาหารไปเรื่อย...แต่ไม่รู้คนกินจะถูกปากหรือเปล่า” ธีระพูดติดตลกอย่างไม่คิดมาก ทำให้คู่สนทนาถอนหายใจโล่งอก

“อ..ค่ะ...ถ..ถ้างั้น..ยังไงหนูขอตัว...เอ้อ..ไปสัมภาษณ์คนอื่นต่อ...เอ่อ..ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ..”

“เดี๋ยวไนท์” อีกฝ่ายรีบเบรกก่อนร้อยราตรีจะเผ่น ร่างเล็กบางสะดุ้งสุดตัวเหมือนไปทำอะไรผิดมา แต่ก็ผ่อนคลายลงเมื่อรุ่นพี่เพียงแต่ถามว่า “มีคนที่อยากสัมภาษณ์ต่อไปรึยัง?”

“หือ? เอ่อ..ก็...อยากรู้จักคนที่สดใสๆ...ล่ะมั้งคะ...แล้วก็ เอ่อ...ทำนองนั้นล่ะค่ะ..” เธอไม่กล้าตอบไปว่า... ‘อยากรู้จักคนที่มีความอดทนสูงพอที่จะไม่รำคาญ’ หรอก

“งั้นก็...บูมอยู่ที่แปลงเกษตรน่ะ ตอนนี้คนไปที่นั่นคงน้อยด้วย โชคดีนะไนท์” ธีระโบกมือเป็นเชิงลา ไม่รู้ว่าหลังจากลับตาไป เด็กสาวก็เข่าอ่อนจนต้องเอามือยันผนังไว้ไม่ให้ล้ม

คนที่เดินผ่านไปมาสองสามคนมองอย่างแปลกใจ ตั้งท่าจะเข้าไปช่วยเหลือ แต่ร่างบางก็พยายามยันกายลุกขึ้นเสียก่อน ขาสั่นๆ พยายามก้าวไปข้างหน้าอย่างฝืนๆ

ร้อยราตรีเพิ่งนึกขึ้นมาได้อีกอย่างหลังจากเดินไปจะครึ่งทางแล้วว่าต้องเขียนบันทึกส่ง ร่างบางนั่งแปะบนม้านั่งใกล้ๆ แล้วก็เครียดกับข้อมูลน้อยนิดที่ถามไปเมื่อครู่

...ก็...ถามไม่ออก...ไม่รู้จะถามอะไรดีนี่นะ จะให้วิ่งกลับไปถามตอนนี้ก็ไม่ดีเสียด้วย... เด็กสาวจดบันทึกสั้นๆ เกี่ยวกับรุ่นพี่ธีระ สุขสมบูรณ์ ก่อนจะพลิกไปหน้าหลังสุด ตั้งใจจะลิสต์คำถามที่น่าสนใจไว้เป็นตัวเลือก

ดีเสียอีก...จะได้ไม่ต้องประหม่านัก หากถูกจ้องก็ทำเป็นจดเสียเลย

‘ชื่อ สายการเรียน งานอดิเรก วิชาที่ชอบ...’ ปลายดินสอกดชะงักไว้แค่นั้น ...ถ้าจะถามเรื่องความรู้สึก...ไม่ดีมั้ง...

ในที่สุด เด็กสาวก็ตัดสินใจพักไว้แค่นั้น ...ต่อไปก็แปลงเกษตรสินะ...

๒. ร่างเล็กที่ก้มๆ เงยๆ พรวนดินอยู่ที่แปลงเกษตรพร้อมกับตัวอะไรประหลาดๆ ที่ถูกล่ามโซ่อยู่ไม่ไกลเป็นสิ่งเดียวที่เคลื่อนไหวท่ามกลางความสงบ

แปลงเกษตรไม่กว้างนัก เต็มไปด้วยสีเขียวสดใสของคะน้าที่เพิ่งขึ้น วัชพืชกองเล็กสุมอยู่นอกแปลงผักอย่างเรียบร้อย เห็นได้ชัดว่าเจ้าของร่างเล็กนั้นมีพรสวรรค์...หรืออย่างน้อยก็มีความชอบในเรื่องนี้อยู่มากทีเดียว

ร้อยราตรีขยับเข้าไปใกล้อย่างกล้าๆ กลัวๆ เสียงฝีเท้าทำให้เด็กสาวผมสีน้ำตาลปัดเป๋เงยหน้าขึ้นมองอย่างฉงน

เมื่อเห็นคนไม่คุ้นหน้าที่ดูตื่นๆ ผู้มีศักดิ์เป็นรุ่นพี่ก็ยิ้มสดใสให้ เล่นเอาอีกฝ่ายแอบเหลือบตามองซ้ายขวาเหมือนไม่มั่นใจว่ายิ้มให้ตน แน่นอน...ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นให้รุ่นพี่ยิ้มให้สักหน่อย

“มาสัมภาษณ์บูมเหรอคะ?” เสียงใสๆ ร่าเริงดังขึ้น หนนี้ร้อยราตรีสะดุ้งสุดตัวด้วยความไม่คาดคิด สมองทำงานอย่างหนักอยู่ครู่หนึ่งว่าจะนั่งดีหรือไม่และจะตอบไปอย่างไร

ในที่สุดร่างบางก็ทรุดตัวลงนั่งพับเพียบตรงหน้าอีกฝ่าย พลางเค้นคำพูดให้ฟังดูเป็นภาษามนุษย์มากที่สุด “อ..เอ่อ..ค่ะ..คือ..เริ่มเลยนะคะ...พ..พี่..ชื่ออะไรคะ?”

“บูมค่ะ ชื่อจริงชื่อกัมปนาท อินทศร ...อยู่สายวิทย์ งานอดิเรกคือทำเว็บสับปะรด ปลูกสับปะรด ดูแลสับปะรด วาดรูป ส่วนวิชาที่ชอบคือเคมี ชีวะแล้วก็ศิลปะค่ะ” รุ่นพี่ตอบกลับมาเป็นรถไฟด่วน เด็กสาวนั่งเหวออยู่นิดหนึ่งก่อนจะนึกขึ้นได้แล้วจดยิกๆ

สายลมต้นฤดูฝนพัดมาระลอกใหญ่ เรือนผมสั้นสีน้ำตาลปัดเป๋ของกัมปนาทสะบัดเบาๆ ให้ร่างเล็กต้องเสยขึ้น ขณะเดียวกันไรผมของเด็กสาวรุ่นน้องก็ปลิวตามแรงลมจนดูยุ่งเหยิงน่ารำคาญ แต่เจ้าตัวกำลังง่วนอยู่กับกระดาษดินสอในมือจนไม่ว่างจะรวบผมใหม่

...หมดคำถาม จนปัญญาจะพูดต่อ...เดดแอร์... ร้อยราตรีจดไปเครียดไป จนเขียนเสร็จก็เงยหน้าขึ้น ทันมองเห็นอะไรสีน้ำตาลๆ ทางหางตาพอดี “อ..เอ่อ...คือ...นั่นอะไร...คะ..”

“อ๋อ นั่นคาปิบาร่าของบูมเองค่ะ ชื่อพจแมน น่ารักไหมคะ” มือบางปลดสายโซ่ คว้าหมับเข้าที่กลางตัว ก่อนเจ้าตัวสีน้ำตาลจะปลิวหวือตามแรงดึงเข้ามาในอ้อมกอด

เจ้าของลูบๆ สัตว์เลี้ยงอย่างแสนรัก แต่อีกฝ่ายเหงื่อตก ไม่ยักรู้ว่าโรงเรียนนี้เลี้ยงสัตว์ที่ เอ้อ...แปลกขนาดนี้ได้ด้วย จะว่าไปมันก็น่ารักดีหรอก...ว่าแต่คาปิบาร่ามันเป็นสัตว์ป่าจากอะเมซอนไม่ใช่เหรอ...

“อ..เอ่อ..ก็..น่ารักดี...ค่ะ..ถ..ถ้างั้นหนู..เอ้อ...ขอตัวไปสัมภาษณ์คนอื่น..ต่อ..นะคะ...” ร่างบางพยายามยิ้มหวานสุดชีวิต แล้วจึงยันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก

ไม่วายจะเซวูบ หน้ามืดกะทันหันค่าที่ลุกขึ้นกลางแดดจัดเร็วเกินไป เดือดร้อนกัมปนาทต้องคว้าแขนไว้ไม่ให้ล้ม มือที่จับอยู่มั่นคงอย่างไม่น่าเชื่อว่าเป็นมือของเด็กสาวร่างไล่เลี่ยกันคนหนึ่ง

ร้อยราตรีเบิกตากว้างอย่างตกใจ เกือบกระชากแขนกลับด้วยความหวั่นกลัวสัมผัสของมนุษย์ ดีแต่ว่าอีกฝ่ายปล่อยมือออกอย่างนุ่มนวล 

ร่างบางข่มความหวาดหวั่นของตนเอง รีบกล่าวขอบคุณแล้วเดินเร็วจนแทบเป็นวิ่งออกไปทันที แต่ยังได้ยินเสียงที่ดังจนแทบเป็นตะโกนของอีกฝ่ายที่ว่า “ขอให้แผนการสำเร็จนะคะ~!!”

๓.  เด็กสาวเดินต่อไปเรื่อยๆ มาหยุดอีกทีที่ใต้อาคารคหกรรม...อาคารสีขาวสะอาดปูพื้นกระเบื้อง ล้อมรอบด้วยไม้ประดับดูร่มรื่นไม่น้อย บรรยากาศยังเงียบสงบเช่นเคย แววตาสับสนดูจะมั่นคงขึ้นเมื่อไม่มีสายตามนุษย์คอยจับจ้อง

แต่แล้วก็กลับไปละล้าละลังอีกครั้งเมื่อเห็นร่างบางของหญิงสาวก้มๆ เงยๆ อยู่ในห้องคหกรรม บานประตูและหน้าต่างกระจกเปิดกว้างส่งกลิ่นขนมอบหอมฟุ้ง บ่งถึงฝีมือของหญิงสาวผู้นั้น

ร้อยราตรีคิดหนักว่าจะเข้าไปดีหรือไม่ จนกระทั่งสิบนาทีผ่านไป เจ้าของเส้นผมดำขลับยาวจรดเอวรวบครึ่งหัวก็หันกลับมาพร้อมถาดคุกกี้ในมือ “อ้าว...สวัสดีจ้ะ”

ร่างบางสะดุ้งสุดตัวจนเผลอทำแฟ้มส่วนตัวตกพื้น เด็กสาวจะลนลานเก็บขึ้นมาแต่อีกฝ่ายกลับเดินเข้ามาใกล้ หยิบแฟ้มส่งให้อย่างใจดี “มาสัมภาษณ์พี่เหรอคะ...ชื่ออะไรเอ่ย?”

เด็กสาวกลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางตอบตะกุกตะกัก “เอ่อ ช..ชื่อร้อยราตรี ปรติวราวุธค่ะ ล..แล้วเอ่อ..อาจารย์...?”

“กฤตกาญจน์จ้ะ จะเรียกครูกฤต หรือพี่กฤตก็ได้นะ เป็นครูสอนคหกรรม...เข้ามานั่งก่อนสิจ๊ะ เพิ่งอบคุกกี้เสร็จพอดี”

ผู้เป็นอาจารย์เอ่ยอย่างอาทรพลางยื่นจานคุกกี้ให้ แต่คนไม่คุ้นเคยกับความใจดีระดับนี้เริ่มซีด ในสมองประมวลผลให้วุ่น ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดีจึงจะไม่เสียมารยาท หากสุดท้ายก็ยอมหยิบคุกกี้ในจานขึ้นกิน ทำให้กฤตกาญจน์ยิ้มอย่างเอ็นดู

ห้องคหกรรมยังเป็นโทนสีสว่างดูอบอุ่น เก้าอี้นวมกลมไม่มีพนักที่เธอนั่งก็เบาะนุ่มใช้ได้ แสงแดดจัดของหลังเที่ยงวันสาดเข้ามาเป็นริ้วที่ขอบหน้าต่าง

พัดลมที่เปิดอยู่ทำหน้าที่ทั้งส่งกลิ่นหอมของขนมอบใหม่ไปทั่วห้องและยังบรรเทาความร้อนที่แผดเผาด้านนอกให้คงเหลือเพียงลมเย็น

“ว่าแต่..น้องร้อยราตรีชื่อเล่นชื่ออะไรคะ?”

คนที่กินคุกกี้เพลินอยู่แทบสำลัก เสียงตอบจึงอู้อี้พิลึก “ห..หือ..เอ่อ..ชื่อไนท์ค่ะ..มิดไนท์...”

“น้องไนท์มีอะไรจะสัมภาษณ์พี่เหรอคะ?” อีกฝ่ายถามต่ออย่างใจเย็น

“ก..ก็..เอ้อ..งานอดิเรก..ของอาจารย์..น่ะค่ะ”

“เอ...ก็ อ่านหนังสือ ฟังเพลง ทำขนมแจกเพื่อนๆ ครู ทำนองนั้นน่ะค่ะ” หญิงสาวหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกไปถึงเหตุชุลมุนที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่เธอทำขนมไปแจก

“ง..งั้น..ข้อสุดท้ายนะคะ...อืม...เอ่อ...อาจารย์ชอบ..ขนม..แบบไหนที่สุดคะ?” ร้อยราตรีตัดสินใจคิดคำถามสดๆ ร้อนๆ แต่ก็ถือว่าช้ามากถ้าเทียบกับคนปกติ โชคดีที่กฤตกาญจน์ใจเย็นพอที่จะรับมือคนขี้อาย

“พี่เหรอ? พี่ชอบขนมที่คนกินบอกว่าอร่อยค่ะ” อีกฝ่ายยิ้มอย่างเปิดเผยพร้อมรอยหัวเราะในน้ำเสียง ทำให้เด็กสาวทำหน้างง แต่ก็จดไปตามนั้น ก่อนจะกล่าวขอบคุณ ยกมือไหว้ด้วยท่าทีขัดเขินก่อนจะเดินออกจากห้องไป

๔. ร้อยราตรีหันซ้ายหันขวาอย่างไม่แน่ใจทิศทางก่อนจะตัดสินใจเดินไปเรื่อยๆ จนเห็นชายร่างสูงผมตั้งชี้กำลังนั่งยองๆ ถ่ายรูปดอกไม้อยู่ ...ดอกไม้สีอ่อนท่ามกลางพุ่มใบสีเข้มจัด และแสงแดดแรงของเที่ยงวัน

เด็กสาวชะงักกึก ไม่แน่ใจว่านั่นคือผู้ปกครองหรืออาจารย์หรือบุคลากรในโรงเรียนกันแน่ เธอดูนาฬิกาจากมือถือ บ่ายโมง...เด็กสาวเลือกจะยืนรอจนกระทั่งเขาถ่ายรูปจนพอใจแล้วจึงตัดสินใจจะทำลายความเงียบนั้น “..อ..เอ้อ...”

ร่างสูงนั้นหันกลับมาอย่างแปลกใจเล็กน้อย เด็กสาวจึงได้เห็นว่าเขาไฮไลท์ผมสีแดงด้านหน้าด้วย ร่างบางชะงักไปอย่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี หากสุดท้ายก็เค้นคำพูดออกมาว่า “คือ...ขอสัมภาษณ์..ได้ไหมคะ..”

“ครับ เชิญครับ” เสียงทุ้มนุ่มตอบอย่างสุภาพ พยายามจะทำให้อีกฝ่ายประหม่าน้อยลงแต่ไม่ได้ผล

“ค..ค่ะ..คือ..เอ่อ...ชื่ออะไรคะ?”

“ปพนสรรค์ ครับ เรียกว่าพุดก็ได้” ชายหนุ่มยิ้มตอบ “แล้วน้องล่ะครับ?”

เด็กสาวไม่คิดว่าจะถูกถามกลับ แต่ก็พยายามตอบทันทีที่ตั้งสติได้ ...เธอไม่เก่งเรื่องการสื่อสารสองทางมาแต่ไหนแต่ไร “ห..หือ? เอ่อ..ร้อยราตรีค่ะ”

“ร้อยราตรี...ชื่อแปลกดีนะครับ ขอถ่ายรูปน้องได้ไหม?” ชายหนุ่มขยับกล้องในมือ

คราวนี้คนถูกถามสะดุ้งสุดตัว ส่ายหน้าดิก ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเสียมารยาท แต่ก็ไม่รู้จะแก้สถานการณ์อย่างไรดี อีกฝ่ายมีท่าทีผิดหวังนิดหน่อยพลางลดกล้องในมือลง แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร “อ่า...งั้นต่อเลยครับ”

“ค..คือว่า...ทำหน้าที่อะไร..ในโรงเรียนเหรอคะ...?” เด็กสาวพยายามถาม ทั้งที่ในใจอยากเอาหัวโขกพื้นแล้วมุดดินหนี มีอย่างที่ไหน ไปปฏิเสธเขาแล้วยังจะเสียมารยาทถามต่ออีก

“ช่างกล้องครับ อันที่จริงก็ทำหนังสือรุ่นกับบอร์ดโรงเรียนด้วยล่ะนะ อ้อ ถ้าเป็นนักเรียนผมลดราคาให้พิเศษเลยนะ” อีกฝ่ายยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ติดใจคำปฏิเสธเมื่อครู่

“ค..ค่ะ...แล้ว..งานอดิเรก..?”

“ก็ถ่ายรูปนี่ละครับ” เขาหัวเราะเบาๆ “แล้วก็อ่านหนังสือ ฟังเพลง...ทำนองนั้น ตามแบบคนทั่วไปน่ะครับ”

ร้อยราตรีจดยิกๆ แล้วก็นึกคำถามต่อไม่ออก จึงตัดสินใจยุติการสัมภาษณ์ไว้แค่นั้น ไม่ลืมจะขอบคุณก่อนจะเดินเลี่ยงจากไป “อ..เอ่อ..ก็..ยังไงก็...ขอบคุณมากนะคะ...”

“ด้วยความยินดีครับ” ชายหนุ่มตอบยิ้มๆ

edit @ 6 Apr 2009 20:15:53 by Zahnarzt : whitehamster

edit @ 6 Apr 2009 21:29:12 by Zahnarzt : whitehamster

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet