เนื้อหาทั้งหมดในบล็อกนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม โรงเรียนลูกบาศก์ ท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ บล็อกหลักของโรงเรียน

[SS] He will hurt you no more

posted on 27 Nov 2009 22:56 by whitehamster

เหตุการณ์นี้เกิดต่อจาก [SS] Diese Ahndung fuer dich, Mittelnacht! ถือเป็น ss เพราะไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับตัวละครในโรงเรียนครับ แค่ส่งผลกระทบเฉยๆ

======== 

วันถัดมาหลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่รู้กันแค่วงใน บุคคลในโรงเรียนลูกบาศก์ก็เห็นหนุ่มหล่อสัญชาติฝรั่งสองหน่วยก้าวลงมาจากรถคันเดียวกับที่มาส่งร้อยราตรีทุกเช้า แล้วก็รอจนเด็กสาวเดินเข้าอาคารเรียนลับสายตาไป จึงเปลี่ยนที่มั่นมาเป็นเก้าอี้สนามแถวๆ นั้น ซ้ำยังทำท่าจะปักหลักอยู่ทั้งวัน สร้างความแตกตื่นให้นักเรียนและบุคลากร ร้อนถึงผอ. ต้องเรียกไปพบ ...สอบสวนกันอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงจึงปล่อยผ่าน ดังนั้นพอถึงตอนเที่ยง ...มาร์คุสและสเวนก็กลายเป็นดาราจำเป็นไปโดยปริยาย ในขณะที่ 'ว่าที่น้องสะใภ้ของหนึ่งในนั้น' หนีไปต้มมาม่ากินอยู่ในห้อง ไม่ยอมลงไปให้ตกเป็นเป้าสายตา

เหตุการณ์เช่นนี้ดำเนินไปได้สองสามวัน จนใครต่อใครออกจะคุ้นเคยกับร่างสูงๆ หัวทองๆ พอจะแลกอีเมล์หรือชวนคุยได้อย่างไม่ขัดเขิน ไปจนถึงจิ้นวายได้อย่างสะดวกใจสำหรับบางคน จนกระทั่งถึงบ่ายวันที่สาม จู่ๆ เสียงริงโทน I will survive (สเวนตั้งให้) ก็แผดลั่นขึ้นมาในระหว่างพักสิบนาที ไม่ใช่แค่เจ้าของมือถือที่สะดุ้ง แต่ยังมีเพื่อนอีกหลายคนหันมามองเป็นตาเดียว ร้อยราตรีรีบมุดลงไปรับโทรศัพท์ใต้โต๊ะ ใจจริงอยากมุดแทรกพื้นห้องหนีไปด้วยเลยถ้าทำได้

เสียงของมาร์คุสที่เล่าเรื่องอย่างคร่าวๆ ทำให้ร้อยราตรีเม้มปากแน่น ...ภายในไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ คนที่หนีไปได้ก็ย้อนกลับมาเอาคืนอย่างที่มาร์คุสว่าจริงๆ เด็กสาวเก็บมือถือ ก่อนจะคว้ากระเป๋านักเรียนและบอกเพื่อนๆ ว่าตนมีธุระ ก่อนจะออกจากห้องไปด้วยท่าทางปกติ และเปลี่ยนเป็นก้าวเร็วๆ ลงบันไดทันทีที่ลับสายตาของคนในห้อง

เมื่อร้อยราตรีลงไปถึง มีเพียงสเวนที่นั่งรออยู่ที่เดิม ชายหนุ่มคว้าข้อมือเธอออกไปข้างนอกด้วยท่าทีที่ดูปกติเพื่อไม่ให้ยามยอดสงสัย ก่อนจะรับฝากมือถือและกระเป๋านักเรียนไว้ให้ ไม่ลืมจะยัดเยียดสนับมือหน้าตาคุ้นๆ ให้เธออันหนึ่งอย่างค่อนข้างเร่งรีบ ...หากเป็นตอนเย็น บางครั้งในตรอกข้างโรงเรียนจะมีพวกจิ๊กโก๋ไม่สังกัดถิ่นมายืนกร่างรีดไถชาวบ้าน แต่วันนี้มีเพียงเงาร่างของคนสองคน ฝ่ายหนึ่งผลักอกร่างที่สูงกว่าอย่างดูถูก พร้อมเปล่งเสียงสบถลั่นฟังหยาบคายชนิดที่สเวนยังทำหน้าปั้นยาก

"มึงเอาอีห..นั่นมาเซ่นกู ไอ้เศษฝรั่ง มึงอย่าคิดนะว่ากูไม่กล้าทำอะไร"

คนถูกหมายหัวหน้าซีด ในขณะที่สเวนวางมือลงบนไหล่พลางกระซิบบอกเป็นภาษาอังกฤษ "มันอาจกล้า แต่มันทำอะไรไม่ได้หรอก ...แค่จะยืนให้ตรงก็แทบแย่แล้วมั้ง"

เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มเหมือนจะขอความช่วยเหลือ แววตาสีน้ำตาลเข้มมีความหวั่นกลัวปรากฏชัด สเวนส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะบีบไหล่เธอเบาๆ "ครั้งนี้เป็นศึกของเธอ สาวน้อย เธอควรจะรู้เสียทีว่ามือของเธอทำได้ทุกอย่าง"

ร้อยราตรีสูดหายใจลึก สนับมือหลวมโพรกสวมอยู่ในมือขวาที่กำแน่นจนขึ้นข้อ ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้ ร้องเรียกทั้งๆ เสียงสั่น "ฉ..ฉันอยู่นี่แล้วไง เลิกยุ่งกับเขาสักที!"

ผู้มาเยือนหันขวับมาตามเสียงก่อนจะแสยะยิ้ม มือหนาผลักมาร์คุสให้ถอยไปก่อนเจ้าตัวจะหันกลับมาประจันหน้า กวาดตามองร่างบางในสภาพเรียบร้อยตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วก้าวเข้ามาประชิดอย่างจาบจ้วง "มาก็ดี... หึ อย่าโกรธกันเลยนะยัยหนู ฉันก็แค่เอาคืนนิดหน่อย...ถ้าทำตัวดีๆ เพื่อนเธอก็จะรอด"

เด็กสาวผวาเฮือก มือซ้ายยกขึ้นตบโดยสัญชาตญาณ แต่เหมือนจะไร้ผลเมื่ออีกฝ่ายคว้าข้อมือไว้ได้ ซ้ำยังบีบแน่นจนร้อยราตรีเบ้หน้า กิริยาที่พยายามสะบัดออกทำให้เอ็มหัวเราะก้องอย่างย่ามใจ ร่างสูงกว่าตวัดแขนพาดคอร่างเล็กในลักษณะของคนร้ายเมายาบ้าจับตัวประกัน มือหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงตั้งท่าจะหยิบมีดขึ้นมาจ่อ ก็พอดีกับที่...ลูกบ้า...หรืออะไรก็ตามสั่งให้ร่างบางแทงศอกข้างที่ว่าง พร้อมกับหลับหูหลับตาดีดเท้าไปด้านหลังตรงๆ ...แม้ศอกจะวืด แต่แรงเตะส่งก็ยังอุตส่าห์ไปโดนจุดยุทธศาสตร์อย่างจัง เด็กหนุ่มหลุดอุทานออกมาคำหนึ่งพลางงอตัวลงด้วยความเจ็บ มีดสปริงที่เพิ่งดีดออกมาจากฝักหลุดมือกระทบพื้นดังเคร้ง ร้อยราตรีเบิกตากว้างขึ้น ก่อนจะกระโจนผลักร่างสูงกว่ามากให้พ้นระยะก้มเก็บ แต่กลับกลายเป็นส่งร่างของอันธพาลหนุ่มให้เสียหลัก หัวฟาดเข้ากับกำแพงตรอกจนรูดตัวลงไปกับพื้น

เหมือนเทพธิดาแห่งชัยชนะจะเปลี่ยนข้าง...หรือโชคไม่เข้าข้างคนชั่ว...หรืออาจเป็นความบ้าชนิดไม่คิดหน้าคิดหลังของเด็กเก็บกด เด็กสาวเหวี่ยงกำปั้นขวาส่งๆ เข้าไปซ้ำก่อนที่อีกฝ่ายจะขยับตัว ขอบคมของสนับที่หลวมกว่านิ้วสร้างแผลแตกให้ที่หางคิ้ว ของเหลวสีแดงซึมออกมาจนเป็นลิ่มเช่นเดียวกับที่บาดเข้าไปในผิวเจ้าของชั่วคราวเบาๆ หากร้อยราตรีไม่ทันสังเกต มือเล็กคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อ กระชากขึ้นด้วยแรงสูบฉีดของอะดรีนาลีน พร้อมกับพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมารัวเร็วอย่างที่ไม่เคยทำ

"ป..ไปตายที่ไหนก็ไป!! ไอ้บ้าเอ๊ย!! อย่างแกน่ะ...ถ้า..ถ้าไม่มีผู้หญิงที่แกเรียกว่าแม่ซะคน ก็คงไม่ได้เกิดมาทำตัวรกโลกแบบนี้หรอก!!"

สนับหล่นจากนิ้วเมื่อปล่อยมือจากคอเสื้อยับย่น แต่เด็กสาวไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง ร้อยราตรีตวัดมือข้างถนัดตบฉาดเข้าให้ทีหนึ่ง เมื่อเห็นนัยน์ตาของอีกฝ่ายยังโชนแสงอาฆาตบ่งว่ารู้สติ ก็ต่อยซ้ำเข้าไปอีกครั้งที่ครึ่งปากครึ่งจมูก เลือดกำเดาทะลักออกมาในขณะที่คนต่อยสะบัดมือเบาๆ ด้วยความเจ็บ ไม่เข้าใจว่าทั้งแม่ทั้งพี่สาวต่อยกระสอบทรายผัวะๆ ไม่สะดุ้งสะเทือนได้ยังไง

จังหวะเดียวกับที่เผลอไปเพียงนิด อีกฝ่ายรีบยันตัวขึ้น มือหนากระด้างคว้าหมับที่ศีรษะกึ่งๆ จะเป็นจิกหัว เหวี่ยงวูบเดียวร่างบางก็ลงไปกองบนพื้นในลักษณะที่คล้ายจะไร้ทางสู้ เด็กสาวอุทานออกมาเบาๆ ก่อนจะหวีดร้องเมื่อร่างสูงกว่าก้มตัวลงมาจะทาบทับ มือใหญ่บีบที่ลำคอแน่นขึ้นทุกขณะจนหายใจขัด ใบหน้าอัปลักษณ์แสยะยิ้มลอยเด่นอยู่ในครรลองสายตา แววตาก่ำเลือดฉายความบ้าคลั่งระคนสะใจ

"กูเปลี่ยนใจแล้ว เวรเอ๊ย ตายห่..ซะเหอะอีนี่ ทำกูไว้แสบนัก"

ร้อยราตรีทำได้เพียงพยายามเตะถีบ ดิ้นรนด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอดที่อ่อนแรงลงทุกขณะ ก็พอดีกับที่มือปัดไปโดนวัตถุแข็งๆ ชิ้นหนึ่ง... ไม่ใช่มีดที่หล่นพื้นเมื่อครู่ แต่เป็นก้อนหินขนาดเหมาะมือ เด็กสาวเกร็งมือคว้า ก่อนจะเหวี่ยงทั้งมือทั้งก้อนหินขึ้น เล็งเป้าหมายที่หน้าผากของอีกฝ่าย แต่มือที่อ่อนแรงทำให้ก้อนหินหลุดมือ ลอยสูงโค้งตามวิถีโปรเจคไทล์ ...แล้วร่วงลงมาตามแรงโน้มถ่วงว่าด้วยการตกเสรี กระทบลงกลางท้ายทอยของเอ็ม ซ้ำแผลเดิมด้วยโชคที่เข้าข้างสุดๆ ...

แม้จะไม่แรงนัก แต่ก็ทำให้ร่างที่คร่อมอยู่ผงะนิดๆ มือกร้านคลายออกเล็กน้อย แต่เปิดโอกาสให้ร้อยราตรีสูดหายใจลึก เหวี่ยงเท้าขึ้นตรงๆ ชนิดกะให้สูญพันธุ์ ก่อนจะตะกายออกมาจากใต้ร่างหนาทั้งๆ หอบหายใจแรง ยังสะท้านไปทั้งตัวด้วยความอ่อนแรงระคนกลัว แต่ก็ยังมีสติพอจะถัดตัวไปขดร่างชิดกำแพง มือเล็กวาดเปะปะไปตามพื้นจนเก็บมีดสปริงของอีกฝ่ายมาถือได้สำเร็จ ยึดไว้แน่นเหมือนเป็นที่มั่นสุดท้าย

เอ็มยันตัวลุกขึ้นช้าๆ ก่อนจะหัวเราะเสียงแหบ กิริยาที่เดินส่ายไปมาทำให้รู้ว่ามันก็ใกล้ถึงขีดจำกัดแล้วเหมือนกัน กระนั้นเด็กหนุ่มก็ยังเดินเกร่เข้ามาอย่างไม่ยี่หระต่อคมมีด ด้วยทะนงว่าสาวน้อยตรงหน้าคงไม่มีปัญญา...และไม่กล้าพอจะลงมือ หากมันก็คิดผิด ทันทีที่เดินเข้ามาใกล้ระยะค้ำหัว ร้อยราตรีก็เปลี่ยนมาจับมีดด้วยสองมือ หันคมมีดลงในลักษณะจ้วงแทง ก่อนจะเล็งไปที่รองเท้าผ้าใบสกปรกของอีกฝ่าย ...แม้จะถอยหลบทัน แต่มีดก็จมลงไปในดินชื้นเกือบครึ่งด้าม ซ้ำยังเปิดช่องให้ร่างบางยันตัวขึ้นทั้งๆ แข้งขาสั่น เด็กสาวสูดหายใจลึก ก่อนสัญชาตญาณจะสั่งให้ตัดสินใจจะเป็นผู้ล่า

ไม่อยากใช้กำลังตัดสินเหมือนพี่สาว ไม่อยากใช้อิทธิพลเข้าข่มเหมือนผู้เป็นแม่ และไม่อยากปิดตายทางออกของใครเหมือนคนเป็นพ่อ
แต่...หากให้เลือกระหว่างนิ่งเฉยแล้วนั่งคับแค้นเพียงลำพัง กับเอาคืนให้เต็มแรงในขณะที่ทำได้...

มือเล็กเหวี่ยงอีกฝ่ายเข้ามาด้านใน พลิกสถานการณ์ให้ตนเอง ก่อนจะเอื้อมมือผลักให้หัวอีกฝ่ายโขกกับกำแพงติดกันสองสามที แม้จะไม่แรงนักแต่ดูจากแววตาที่เริ่มลอย ก็พอรู้ว่ามันเองก็บอบช้ำพอควร ร้อยราตรีหอบหายใจหนักขณะผลักมันลงไปกองบนพื้น สภาพของเด็กสาวก็ไม่ดีกว่ากันเท่าไร หากเพราะความบ้าเลือด ผสมกับจะแก้แค้นแทนรดา ทำให้ร่างบางยกมือยันกำแพงในขณะที่เตะลงกลางตัวของอีกฝ่ายครั้งแล้วครั้งเล่า

"ส..แสบใช่ไหม!! แค่นี้แสบแล้วงั้นเหรอ!! แล้วแกล่ะ ทำกับใครไว้เท่าไรบ้าง!! แค่นี้...แค่นี้ยังไม่ถึงครึ่งของความเจ็บปวดของคนที่แกทำลายด้วยซ้ำ!!

คิดว่าแกเป็นใคร ถึงจะมาทำลายศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงได้ตามใจชอบ!! สำเหนียกเสียทีว่าคนที่แกจะทำร้ายเขาน่ะก็มีพ่อมีแม่!! แล้วก็จำใส่กะลาหัวไว้ด้วยว่าเร-เป็น-เพื่อน-ของ-ฉัน ...ใครมาทำร้ายเร ฉันจะไม่ให้อภัยทั้งนั้น!!"

น้ำเสียงที่เปล่งออกมาหนักแน่นกว่าที่เคย แต่น้ำตากลับร่วงพรูลงมาตั้งแต่พูดคำว่า 'เพื่อน' ออกไปอย่างเต็มปากเต็มคำ ร่างของอันธพาลหนุ่มแน่นิ่งไปแล้ว จะสลบจริงหรือแกล้งก็ไม่แน่ แต่ทำให้ร้อยราตรีโล่งใจพอจะหลุดเสียงสะอื้นออกมาอย่างอดไม่ได้

...เพราะรักไปแล้ว เพราะปกป้องไม่ได้ ถึงจะได้แก้แค้นให้แล้ว แต่มันก็ไม่เหมือนกัน
และเพราะรู้ดี ว่าความรักแบบนี้แทบไร้หนทางสมหวัง...

มือใหญ่ที่ค่อนข้างเย็นลูบบนหัวอย่างอ่อนโยน ก่อนจะส่งผ้าเช็ดหน้าให้เช็ดรอยเปื้อนที่มือ แล้วจับจูงร่างเล็กให้กลับไปขึ้นรถกระบะสีม่วงคันเดิม แม้โลกทั้งใบจะพร่ามัวด้วยหยาดน้ำตา แต่เสียงทุ้มคุ้นหูทำให้จำได้ว่าเป็นสเวน มือเล็กที่ยังสั่นเอื้อมไปจับชายเสื้ออีกฝ่าย ก่อนจะพูดเป็นภาษาไทยอย่างลืมตัว "สเวน...คุณทำได้ยังไง..ทนได้ยังไง...?"

ชายหนุ่มลูกครึ่งเยอรมัน-อิตาลีนิ่งไปนิดหนึ่ง ไม่ใช่เพราะตอบไม่ได้ แต่เป็นเพราะฟังภาษาไทยไม่ค่อยแตกฉาน ในที่สุดสเวนก็จัดการส่งเด็กขี้แยเข้าไปนั่งตอนหลังรถได้สำเร็จ ใบหน้าคมสันขยับวาดเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะตอบด้วยภาษาเยอรมันที่อีกฝ่ายไม่มีวันฟังเข้าใจ

"Weil ich ihn liebe. Das ist genau, ja oder nein?" (เพราะผมรักเขาไงล่ะ แค่นั้นก็พอแล้ว จริงไหม?)

ดวงตาสีฟ้าอมเขียวกวาดมองเข้าไปในตรอก มาร์คุสกับนิกซ์กำลังทำหน้าที่เป็นปอเต๊กตึ๊งจำเป็น ...คนหลังนี่เพิ่งมาถึงพร้อมรถที่ยืมมา ชายหนุ่มทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ใส่หญิงสาวที่เงยหน้าขึ้นมองอย่างเคืองๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาจัดการธุระ(ที่จริงๆ ก็ไม่ใช่)ของตนต่อไป

1 MMS sent to 08xxxxxxxx
ok

========

สรุปครับ

- มาร์คุสกับสเวนมาเฝ้าจริงๆ
- พอถึงวันที่สาม มาร์คุสก็โทรมาบอกว่าเอ็มมาเอาคืนแล้ว
- ไนท์ลงไปแก้แค้นให้เร ด่าไปด้วยอีกหลายดอก
- ถึงจะเอาคืนได้แล้ว แต่ไนท์ก็ยังรู้สึกผิดที่ 'ปกป้องไม่ได้'
- ไนท์รู้สึกขึ้นมาจริงๆ เป็นครั้งแรกว่ามีรักที่ไม่มีวันสมหวัง
- สเวนปลอบ ระหว่างนั้นก็ส่งเมสเสจไปด้วย ...ส่งอะไรไปหาใครเอ่ย เดาไม่ยากหรอกมั้งครับนี่ 555

ปล. แถมนิดๆ

=========

พอรถสีลูกกวาดติดกากเพชรเลี้ยวหักศอกเข้ามาในลานจอดรถ พนักงานไนท์คลับก็ทำหน้าเมื่อยไปตามๆ กันเนื่องจากรู้ทั้งชะตากรรมของตนเองและสิ่งมีชีวิตที่นอนเป็นซากอยู่ในรถดี ไม่นาน รู้ราตรีก็เดินลงมาเปิดท้ายรถ ให้คนอื่นๆ ช่วยกันหิ้วปีกร่างของเหยื่อคนสุดท้ายออกมา ในขณะที่ตนเองเดินตรงไปหาคนที่ว่าง ยื่นถุงพลาสติกสองใบให้

"อะไรครับเนี่ย..." หนุ่มน้อยดวงตกกลืนน้ำลายอึกใหญ่

"ถุงสีเขียวนั่นใบข่อย ถุงสีขาวใบตำแย ...ใช้ตามลำดับนะ อ้อ แล้วตอนนี้ฉันหิวแล้ว กระติกน้ำร้อนอยู่ไหน จะขอเอามาต้มมาม่าสักหน่อย นายว่าต้มโคล้งหรือต้มยำกุ้งน้ำข้นดี หรือทั้งสองอย่าง?"

=========

คงไม่ต้องอธิบายนะครับว่าชะตากรรมของเอ็มจะเป็นยังไง 55555 (ใบข่อย คือใบที่เขาเอาไว้รูดเมือกปลาไหลน่ะครับ...)

ในที่สุดมหากาพย์นี่ก็เสร็จเสียที หลังจากนี้ไนท์จะเริ่มเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้นแล้วครับ อารมณ์ว่า ...ฉันก็เอาจริงได้นี่นา ส่วนเรื่องแม่กับพ่อไนท์นี่ก็... *ปราณรัชต์เป็นลูกสาวกำนัน ส่วนเอกรินทร์นี่ก็ สมัยเป็นคณบดีเคยใช้อำนาจบีบให้เด็กช่างกลที่มาตีกับนักศึกษาลาออกมาแล้วน่ะครับ...*

(ครอบครัวนี้ มันจะมีปกติสักคนไหมวะเนี่ย...)